มู ปลุก “ปีศาจ” ให้กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง

นับตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2016 ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นทายาทอสูรแดงต่อจากหลุยส์ ฟาน กัล โค้ชอาวุโสชาวดัตช์ มู ปลุก ไม่กี่เดือนถัดมาก็นำทีมผงาดโทรฟี่แรกของตัวเขาในรั้วปีศาจแดงได้สำเร็จ ด้วยการเบียดเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ ประเดิมก่อนเปิดฤดูกาล 2016-2017 จนกระทั่งทำทีมมาได้สักระยะ ผลงานก็เริ่มกระท่อนกระแท่นบ้าง เลวร้ายที่สุดคือการนำทีมไปเยือนทีมเก่าอย่างเชลซี และกลับออกมาด้วย 4 เม็ด ที่สิงค์บลูตะบันใส่ จนน้ามูถึงกับต้องออกมาขอโทษขอโพยแฟนบอลปีศาจแดงเป็นการใหญ่

มูรินโญ่ ก็คือ มูรินโญ่.. ผู้ชายที่สร้างบุคลิกให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็ย่อมเป็นจุดสนใจ เพราะด้วยการพูดจาที่มักจะเป็นเหตุให้เกิดสงครามน้ำลายกับโค้ชทีมอื่นนับไม่ถ้วน แต่กระนั้น ผลงานของเขาก็เป็นที่ประจักษ์ และถ้วยแชมป์ต่างๆที่เขาคว้าตลอดชีวิตการเป็นผู้จัดการทีมคือหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงคุณภาพว่า ไปอยู่ที่ไหน ต้องได้แชมป์

มู ปลุก "ปีศาจ" ให้กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง

มู ปลุกวิญญาณ ปีศาจแดงอีกครั้ง

และโค้ชที่สร้างภาพให้คนมองแบบนี้ไปแล้วย่อมเกิดเอฟเฟคกับตัวเองได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ในเมื่อเขาเคยทำทีมได้แชมป์มาตลอด ถ้าครั้งไหนไม่ได้ ย่อมถูกมองว่าเป็นข้อผิดพลาด ถึงแม้ฤดูกาลแรก ผลงานในลีกอาจไม่เปรี้ยงปร้าง จบได้แค่อันดับ6ของตาราง แต่ก็คว้าแชมป์ได้ทั้ง ลีกคัพ และ ยูฟ่ายูโรป้าลีก จะเห็นได้ว่าปีที่ผ่านมา น้ามู เอาจริงเอาจังกับยูโรป้าลีกเป็นพิเศษ หลังจากผลงานในลีกเริ่มกระท่อนกระแท่น และมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ติดโควตาแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลหน้า จึงเดินหน้าฆ่าไม่ยั้ง จนทะลุเข้าชิงกับอาแจกซ์ในที่สุด และสุดท้ายก็ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง และได้ตั๋วลุยศึกแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

นั่นทำให้ปีแรกของมูรินโญ่ คว้าไปถึง3โทรฟี่กับการคุมทัพปีศาจแดง ถือว่าสอบผ่านขึ้นมาทันที เทียบกับอริร่วมเมืองอย่าง แมนฯซิตี้ ของ เป็ป กวาดิโอลา ที่มือเปล่า ไม่ได้ถ้วยสักใบเดียว จนปีนี้เสริมทีมอย่างบ้าคลั่ง

ในปี 2017 ที่พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว เราคงได้เห็นฟอร์มของทัพปีศาจแดงกันไปบ้าง ในปีนี้ปีศาจแดงเสริมทีมได้อย่างยอดเยี่ยม โดยคว้าทั้ง วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ,โรเมลู ลูกากู รวมทั้งลูกน้องเก่าอย่าง เนมันยา มาติช กองกลางชาวเซิร์บมาจากเชลซี ด้วยปัญหาที่มีในฤดูกาลที่แล้ว ปีนี้เฮียแกจัดเต็ม เพื่อเป้าหมายหลักคือนำทีมกลับมาเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกให้จงได้ เพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่โอลด์แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง

จากผลงานที่เห็นกัน ต้องบอกว่าปี้นี้ แมนฯยูมีทีมที่ค่อนข้างพัฒนากว่าปีก่อนมากทีเดียว ลูกากู สามารถคลายพิษสงออกมาได้เรื่อยๆ เพราะด้วยประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอย่างโชกโชน จึงไม่ต้องเสียเวลาในการปรับตัว รวมถึง มาติช ที่เข้ามาทำให้แผงกลางของปีศาจแดงเหนียวแน่นขึ้นหลายเท่า และส่งผลให้ ป็อกบา สามารถขับเคลื่อนเกมได้อย่างอิสระและเต็มที่มากยิ่งขึ้น จะมีก็แค่ลินเดเลิฟ ที่คงต้องให้เวลาในการปรับตัวอีกสักพัก แต่รายนี้ เฮียมูแกมั่นใจเหลือเกินว่ามองไม่พลาด โดยบอกกับสื่อว่าเขาเป็นนักเตะชั้นยอดอย่างแน่นอน เพียงแค่ต้องใช้เวลาอีกสักพัก

อย่างไรก็ตาม พูดได้เลยว่าปีที่2ของมูริณโญ่นั้นสดใสเสมอ เมื่อดูจากสถิติที่มักพาทีมประสบความสำเร็จในปีที่สองที่คุมทีม และด้วยการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และได้นักเตะที่ดีมาเสริมทีม ณ เวลานี้ “มู” ได้ปลุก “ปีศาจ” ให้กลับมาน่ากลัวอีกครั้งจริงๆ