3 นักเตะที่สโมสร ตัดสินใจปล่อยตัวไป แล้วต้องมาเสียใจในภายหลัง

3 นักเตะที่สโมสร บางรายที่ฝีเท้าดีตั้งแต่ดาวรุ่ง

แต่ต้นสังกัดกลับไม่เห็นแวว จนปล่อยตัวไปให้สโมสรอื่น

แต่สุดท้ายกลับต้องมานั่งเสียใจอยากได้คืน

3 นักเตะที่สโมสร ตัดสินใจปล่อยตัวไป แล้วต้องมาเสียใจในภายหลัง

3 นักเตะที่สโมสร ตัดสินใจปล่อยตัวไป

1.ซามูเอล เอโต้

หลายคนอาจไม่รู้ว่าศูนย์หน้าระดับโลกผู้นี้เคยค้าแข้งอยู่กับ เรอัล มาดริด

โดยราชันชุดขาวซื้อ เอโต้ มาร่วมทีมตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งเขามีอายุเพียง 16 ปี

และจากนั้นกลับตัดสินใจปล่อยยืมตัวไปอยู่กับทั้ง เลกาเนส ,เอสปันญอล

รวมถึง มายอร์กา จนในท้ายที่สุด มาดริด ก็ขายเขาให้กับ มายอร์กา

และโชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนทีมอย่าง บาร์เซโลนา

สนใจกระชากไปร่วมทีม โดยในตอนนั้น เรอัล มาดริด ก็ต้องการจะดึงตัวเขากลับไปเช่นกัน

แต่ในที่สุดเขาก็ได้ไปอยู่กับทีมดังแห่งแคว้นกาตาลัน

จากนั้นก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยลงสนามไปทั้งหมด 199 นัด

ยิงได้ถึง 130 ประตูในทุกรายการ และคว้าแชมป์ร่วมกับบาร์ซ่าได้มากมาย

ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ลาลีกา 3สมัย โคปา เดล เรย์ 1สมัย

และยังได้แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก อีก2สมัย จนสามารถพูดได้เลยว่า

ราชันชุดขาว คงนึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองแน่ๆ

ที่สุดท้ายนักเตะที่พวกเขาไม่ต้องการ กลายเป็น นักเตะเกรดเอ ระดับเวิลด์คลาสแบบนี้

2.พอล ป็อกบา

กองกลางพรสวรรค์สูงชาวฝรั่งเศส ย้ายจาก เลอ อาร์ฟ มาอยู่กับ

ทีมเยาชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี2009 จนกระทั้งได้เลื่อนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี2011

แต่ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนาม จนเหตุการณ์หนึ่งที่อาจเป็นชนวน

ทำให้ความอดทนของเจ้าตัวหมดลง นั่นก็คือ การที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

กุนซือของทีมในเวลานั้นตัดสินใจเรียก พอล สโคลส์ ที่ตัดสินใจเลิกเล่นไปแล้ว

ให้กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง  จึงอาจทำให้ ป็อกบา เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับปีศาจแดง

และตัดสินใจย้ายตัวแบบฟรีๆ ไปอยู่กับ ยูเวนตุส ทีมดังแห่งกัลโชในปี2012

จากนั้นเขาก็ได้รับโอกาสให้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และสร้างชื่อจนกลายเป็นกองกลางระดับโลก

จนในที่สุด แมนฯยู ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ต้องทุ่มทุนเป็นสถิติโลกถึง 105 ล้านยูโร

เพื่อดึงเขากลับมา ทั้งๆที่ตอนปล่อยตัวไปให้ ยูเวนตุส นั้นไม่ได้สักแดงเดียว

3.เควิน เดอ บรอยด์

กองกลางชาวเบลเยียมของแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่ก่อนหน้านี้ในปี 2012

ได้ย้ายจากสโมสรกาแอร์เซ แค็งก์ (KRC Genk) ในเบลเยียมโปรลีก มาสู่ เชลซี

แต่เป็นได้แค่ตัวสำรอง จนถึงเดือนสิงหาคมในปีเดียวกันนั้น

สิงโตน้ำเงินครามก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้ปล่อยตัว เดอ บรอยด์

ให้ แวร์เดอร์ เบรเมน ยืมตัว จากนั้นในปี2014 ได้ย้ายไปอยู่กับโวล์ฟสบวร์ก

ในเยอรมัน ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ ก่อนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจน

แมนฯ ซิตี้ ซื้อตัวมาร่วมทัพในปี2015 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 55 ล้านปอนด์

ซึ่งตอนนี้ เดอ บรอยด์ สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างเหนียวแน่น

และเป็นความหวังของทีมไปโดยปริยาย นั่นจึงทำให้ เชลซี

ตัดสินใจพลาดมากๆที่ปล่อยให้อดีตนักเตะในทีม ไปอยู่กับทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง เรือใบสีฟ้า