มรสุมชีวิตของ เดอะ จีเนียส เดวิด มอยส์

จุดเริ่มต้น… มรสุมชีวิตของ เดอะ จีเนียส เดวิด มอยซ์

เริ่มต้นเส้นทางกุนซือ ในปี1999 ด้วยการคุม เปรสตัน

ทีมสุดท้ายที่เขาเล่นให้ก่อนแขวนสตั้ด ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่น

พาทีมเป็นแชมป์ลีก ทู ได้ในปี2000 ถือเป็นครั้งแรก

ในรอบเกือบ20ปีของเปรสตันที่ได้เลื่อนไปเล่นในระดับ ดิวิชั่น 1

มรสุมชีวิตของ เดอะ จีเนียส

มรสุมชีวิตของ เดอะ จีเนียส ก้าวสู่สังเวียนพรีเมียร์ลีก

มอยส์ได้โอกาสมาคุมทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ในปี2002

เหตุผลหลักที่ทอฟฟี่ดึงตัว เดอะ จีเนียส มาคุมทีม

คงเป็นเพราะการที่เขาทำทีมเปรสตันได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยงบประมาณอันน้อยนิดนั่นเอง

เพียงแค่ฤดูกาลต่อมา เขาก็พาทีมติดอันดับไปเล่นถ้วยยุโรปได้สำเร็จ

แถมพ่วงด้วยรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปี และได้รางวัลนี้อีกครั้งหนึ่งในฤดูกาล 2004-05

โดยพาทีมจบที่อันดับ4ในฤดูกาลนั้น และในเดือนมกราคม ปี2012 มอยส์

ได้เป็น1ใน4 ผู้จัดการทีมที่สามารถพาทีมเก็บชัยในพรีเมียร์ลีก

ได้ครบ150นัด และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน

ก็ได้เฉลิมฉลองการคุมทีมครบ400นัดในพรีเมียร์ลีก ด้วยการเอาชนะทีมซันเดอร์แลนด์ ไป2-1

เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน…

หลายคนคงคิดว่า เดวิด มอยส์ เลือกผิดที่เข้ามาคุม ปีศาจแดง

ทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ต่อจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในปี2013

ด้วยผลงานที่เซอร์ทิ้งไว้ ก่อนจะอำลาไปนั้น

มันจึงเป็นแรงกดดันมหาศาลของกุนซือคนใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะได้คุมทีมอย่าง ยูไนเต็ด ใช่ว่าทุกคนจะได้รับโอกาสนั้น

มอยส์ คือคนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้เป็นตำนานของทีมเลือกให้มาสานต่อ

เขาจึงไม่อาจปฎิเสธประตูสู่โอลด์แทรฟฟอร์ด ที่ป๋าเปิดไว้ให้

และเพียงแค่ผลงานในฤดูกาลแรกก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า มอยส์ ยังไม่ใช่

“คนที่ใช่” ของปีศาจแดงแห่งแมนเชสเตอร์ จนกระทั่งโดนปลดออกไปในเดือนเมษายน ปี2014

ก้าวถอยหลังอย่างต่อเนื่อง

หลังจากผิดหวังมาจากแมนเชสเตอร์ ก็ได้โอกาสอีกครั้งในการโยกไปคุมทีมอย่าง

เรอัล โซเซียดาด ในลาลีกา และพาทีมรอดตกชั้นได้สำเร็จในฤดูกาลแรกที่คุมทีม

โดยพาทีมจบอันดับที่ 12 ของตาราง แต่ในปีถัดมากลับทำผลงานได้อย่างย่ำแย่

โดยแพ้ไป 6 จาก 11 นัดแรกในลาลีกา และเก็บชัยชนะได้แค่เพียง 2 นัดเท่านั้น

ทำให้ทีมรั้งอยู่ที่อันดับ 16 จนโดนสั่งปลดในที่สุด ในวันที่9 ธันวาคม ปี 2015

จนกระทั่งกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งด้วยการกุมบังเหียนซันเดอร์แลนด์ ในปี2016

โดยคุมทีมอยู่ได้ประมาณ10เดือน พาทีมเก็บชัยได้แค่ 8 นัด จากทั้งหมด 43 นัด

แพ้ไปถึง 28 นัด จึงเป็นผลให้ซันเดอร์แลนด์ตกชั้นไปอยู่ เดอะ แชมเปียนส์ชิพ

และหนึ่งวันหลังจากพรีเมียร์ลีกจบฤดูกาลลง เขาก็ลาออกจากตำแหน่ง

นั่นจึงเหมือนเป็นมรสุมชีวิตของ มอยส์ นับแต่ก้าวเท้าออกจาก กูดิสัน พาร์ค

จนถึงวันนี้ “เดอะ จีเนียส” กลายเป็นกุนซือว่างงาน และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

ที่กุนซือผู้นี้จะผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไป และจะกลับมาทำผลงานให้ดีขึ้นได้อีกครั้ง…

Read more

5 กองหน้าพรีเมียร์ลีก ที่น่าจับตามองในฤดูกาล 2017-2018

ตราบใดที่ฟุตบอลตัดสินกันที่ใครยิงประตูได้มากกว่ากัน 5 กองหน้าพรีเมียร์ลีก

ตำแหน่งที่ผู้คนต่างคาดหวังให้รับหน้าที่นั้นคงไม่พ้นกองหน้า

ตำแหน่งที่มีหน้าที่หลักคือถล่มประตูให้มากที่สุด วันนี้เราจะมาคัด

5 กองหน้าในพรีเมียร์ลีกที่น่าจับตามองมากที่สุดในฤดูกาล 2017-2018 ว่าแต่ละคนมีความน่าสนใจอย่างไร

5 กองหน้าพรีเมียร์ลีก ที่น่าจับตามองในฤดูกาล 2017-2018

5 กองหน้าพรีเมียร์ลีก ที่น่าจับตามองในฤดูกาล 2017-2018

1.โรเมลู ลูกากู

เจ้าของค่าตัว 75ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,375 ล้านบาท)

เข้ามารับหน้าที่แทนเทพเจ้าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ที่ได้รับบาดเจ็บหนักไปตั้งแต่ฤดูกาลก่อน และด้วยการย้ายตัวที่มีมูลค่ามหาศาล

อีกทั้งยังเป็นความหวังใหม่ของสาวกปีศาจแดง นั่นหมายความว่า

อดีตศูนย์หน้าเอฟเวอร์ตัน และ เชลซี ต้องแบกรับความกดดันไปเต็มๆ

จึงเป็นสาเหตุที่ โรเมลู ลูกากู กลายเป็นศูนย์หน้าที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้

ว่าจะสามารถทำได้ดีแค่ไหนในสีเสื้อปีศาจแดง

2.อัลว่าโร โมราต้า

ดาวยิงหน้าหยก วัย24ปี ที่พึ่งย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของเชลซีในซัมเมอร์นี้

หลังจากก่อนหน้านี้ เล่นให้กับ  เรอัล มาดริด ในฤดูกาลที่แล้ว

โดยลงเล่นในลาลีกาไปทั้งสิ้น 1,334 นาที แบ่งเป็นตัวจริง14นัด

และตัวสำรองอีก12นัด ตะบันไปได้15ประตู  ถือว่าทำผลงานได้ดีทีเดียว

แต่ในสีเสื้อของสิงโตน้ำเงินครามนั้น ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองอีกพอสมควร

เนื่องจากอดีตหมายเลข 9 ของเชลซี หลายคนก็ไม่สามารถระเบิดฟอร์มของตัวเองออกมาได้

หนึ่งในนั้นก็คือรุ่นพี่ในทีมชาติสเปน อย่าง เฟอร์นันโด ตอร์เรส

เพราะฉะนั้นเวลาคงเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหนในการเล่นในสมรภูมิใหม่อย่างพรีเมียร์ลีก

3.อเล็กซองเดร ลากาแซตต์

ดาวยิงชาวฝรั่งเศส เจ้าของค่าตัว 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,347 ล้านบาท)

ซึ่งเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดที่อาร์เซนอลเคยซื้อมา โดยลงเล่นให้ทีมเก่าอย่าง

โอลิมปิก ลียง ไปทั้งสิน 275 นัด ซัดไป 129 ประตู ในทุกรายการ

ซี่งก่อนหน้าจะย้ายมาอยู่กับไอ้ปืนใหญ่ ก็มีข่าวกับหลายสโมสร

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งดีลของ ลากาแซตต์ ส่งผลให้แฟนๆปืนใหญ่ใจชื้นขึ้นมาบ้าง

หลังจากฤดูกาลก่อน ผลงานในลีกไม่ค่อยสวยหรู โดยจบที่อันดับ 5 ของตาราง

สิ่งที่น่าจับตามองคือ จะเข้ามาช่วยผนึกกำลังกับแผงแนวรุก อย่าง เมซุต โอซิล

รวมถึง อเล็กซิส ซานเชซ (ถ้าไม่ย้ายไปไหนเสียก่อน) ได้ดีแค่ไหน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าสามารถโชว์ฟอร์มออกมาได้ดี จะรักษาให้มีผลงานที่สม่ำเสมอ

ได้จนจบฤดูกาลหรือไม่ และคงต้องวิงวอนไม่ให้ได้รับบาดเจ็บไปเสียก่อน

ซึ่งทั้งหมดนั้นคือปัญหาเรื้อรังมาตลอดหลายปีของอาร์เซนอล

4.แฮร์รี เคน

ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2 ปีซ้อน (2015-16 , 2016-17) จากอดีตที่ผ่านมา แฮร์รี เคน

ได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นนักเตะคุณภาพของจริง

โดยระเบิดฟอร์มช่วยให้สเปอร์กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ลีกได้อย่างต่อเนื่อง

ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษจัดเป็นนักเตะที่ครบเครื่อง ทำได้ดีทั้งโหม่ง

ทั้งยิง สามารถสร้างปัญหา และปั่นป่วนเกมรับคู่แข่งได้ตลอด

จากประสบการณ์ที่สั่งสม และผลงานอันโดดเด่น จึงน่าติดตามว่าในปีนี้ เขาจะทำได้ดีขนาดไหน

5.เซร์คิโอ อเกวโร่

หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ ลงเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปทั้งหมด 253 นัด

ตั้งแต่ปี2011จวบจนปัจจุบัน  ซัดไป 169 ประตู ในทุกรายการ โดย 3 ฤดูกาลหลังสุดในลีก

ไม่เคยยิงต่ำกว่า 20 ประตูต่อฤดูกาล และในปีนี้ แมนฯ ซิตี้

ถูกจัดให้เป็นทีมเต็งในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ซึ่งดูจากรายชื่อนักเตะในทีมก็ต้องบอกว่ามีความเป็นไปได้สูงทีเดียว

และถ้า อเกวโร่ ทำผลงานในปีนี้ได้ตามมาตรฐานของตัวเอง เรือใบสีฟ้า

ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทีมของ เป็ป กวาดิโอลา จะกลายเป็นทีมที่คู่แข่งต้องหวาดหวั่นเป็นแน่…

Read more

มู ปลุก “ปีศาจ” ให้กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง

นับตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2016 ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นทายาทอสูรแดงต่อจากหลุยส์ ฟาน กัล โค้ชอาวุโสชาวดัตช์ มู ปลุก ไม่กี่เดือนถัดมาก็นำทีมผงาดโทรฟี่แรกของตัวเขาในรั้วปีศาจแดงได้สำเร็จ ด้วยการเบียดเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ ประเดิมก่อนเปิดฤดูกาล 2016-2017 จนกระทั่งทำทีมมาได้สักระยะ ผลงานก็เริ่มกระท่อนกระแท่นบ้าง เลวร้ายที่สุดคือการนำทีมไปเยือนทีมเก่าอย่างเชลซี และกลับออกมาด้วย 4 เม็ด ที่สิงค์บลูตะบันใส่ จนน้ามูถึงกับต้องออกมาขอโทษขอโพยแฟนบอลปีศาจแดงเป็นการใหญ่

มูรินโญ่ ก็คือ มูรินโญ่.. ผู้ชายที่สร้างบุคลิกให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็ย่อมเป็นจุดสนใจ เพราะด้วยการพูดจาที่มักจะเป็นเหตุให้เกิดสงครามน้ำลายกับโค้ชทีมอื่นนับไม่ถ้วน แต่กระนั้น ผลงานของเขาก็เป็นที่ประจักษ์ และถ้วยแชมป์ต่างๆที่เขาคว้าตลอดชีวิตการเป็นผู้จัดการทีมคือหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงคุณภาพว่า ไปอยู่ที่ไหน ต้องได้แชมป์

มู ปลุก "ปีศาจ" ให้กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง

มู ปลุกวิญญาณ ปีศาจแดงอีกครั้ง

และโค้ชที่สร้างภาพให้คนมองแบบนี้ไปแล้วย่อมเกิดเอฟเฟคกับตัวเองได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ในเมื่อเขาเคยทำทีมได้แชมป์มาตลอด ถ้าครั้งไหนไม่ได้ ย่อมถูกมองว่าเป็นข้อผิดพลาด ถึงแม้ฤดูกาลแรก ผลงานในลีกอาจไม่เปรี้ยงปร้าง จบได้แค่อันดับ6ของตาราง แต่ก็คว้าแชมป์ได้ทั้ง ลีกคัพ และ ยูฟ่ายูโรป้าลีก จะเห็นได้ว่าปีที่ผ่านมา น้ามู เอาจริงเอาจังกับยูโรป้าลีกเป็นพิเศษ หลังจากผลงานในลีกเริ่มกระท่อนกระแท่น และมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ติดโควตาแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลหน้า จึงเดินหน้าฆ่าไม่ยั้ง จนทะลุเข้าชิงกับอาแจกซ์ในที่สุด และสุดท้ายก็ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง และได้ตั๋วลุยศึกแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

นั่นทำให้ปีแรกของมูรินโญ่ คว้าไปถึง3โทรฟี่กับการคุมทัพปีศาจแดง ถือว่าสอบผ่านขึ้นมาทันที เทียบกับอริร่วมเมืองอย่าง แมนฯซิตี้ ของ เป็ป กวาดิโอลา ที่มือเปล่า ไม่ได้ถ้วยสักใบเดียว จนปีนี้เสริมทีมอย่างบ้าคลั่ง

ในปี 2017 ที่พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว เราคงได้เห็นฟอร์มของทัพปีศาจแดงกันไปบ้าง ในปีนี้ปีศาจแดงเสริมทีมได้อย่างยอดเยี่ยม โดยคว้าทั้ง วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ,โรเมลู ลูกากู รวมทั้งลูกน้องเก่าอย่าง เนมันยา มาติช กองกลางชาวเซิร์บมาจากเชลซี ด้วยปัญหาที่มีในฤดูกาลที่แล้ว ปีนี้เฮียแกจัดเต็ม เพื่อเป้าหมายหลักคือนำทีมกลับมาเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกให้จงได้ เพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่โอลด์แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง

จากผลงานที่เห็นกัน ต้องบอกว่าปี้นี้ แมนฯยูมีทีมที่ค่อนข้างพัฒนากว่าปีก่อนมากทีเดียว ลูกากู สามารถคลายพิษสงออกมาได้เรื่อยๆ เพราะด้วยประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอย่างโชกโชน จึงไม่ต้องเสียเวลาในการปรับตัว รวมถึง มาติช ที่เข้ามาทำให้แผงกลางของปีศาจแดงเหนียวแน่นขึ้นหลายเท่า และส่งผลให้ ป็อกบา สามารถขับเคลื่อนเกมได้อย่างอิสระและเต็มที่มากยิ่งขึ้น จะมีก็แค่ลินเดเลิฟ ที่คงต้องให้เวลาในการปรับตัวอีกสักพัก แต่รายนี้ เฮียมูแกมั่นใจเหลือเกินว่ามองไม่พลาด โดยบอกกับสื่อว่าเขาเป็นนักเตะชั้นยอดอย่างแน่นอน เพียงแค่ต้องใช้เวลาอีกสักพัก

อย่างไรก็ตาม พูดได้เลยว่าปีที่2ของมูริณโญ่นั้นสดใสเสมอ เมื่อดูจากสถิติที่มักพาทีมประสบความสำเร็จในปีที่สองที่คุมทีม และด้วยการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และได้นักเตะที่ดีมาเสริมทีม ณ เวลานี้ “มู” ได้ปลุก “ปีศาจ” ให้กลับมาน่ากลัวอีกครั้งจริงๆ

 …

Read more

เส้นทางการลุ้นแชมป์ของแมนยู

มาถึงทีมที่รักของผมอย่างที่ ผีแดง  แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถ้าเรามองเห็นถึงการลุ้นแชมป์ของแมนยูนั้นน่าจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับในฤดูกาลนี้ โจ เซ่มูรินโญ่ ถึงจะพยายามแค่ไหนต่อให้เสริมทัพวางแผนลูกเล่นอะไรก็ตามก็ไม่มีทางที่จะได้แชมป์ในปีนี้ โดย มีนัดที่ไม่ควรจะผิดพลาดของแมนยูนั้นอยู่หลายเกม โดยเกมแรกนั้นเป็นเกมที่พบกับ วัตฟอร์ต เมื่อขึ้นต้นฤดูการแมนยูพลาดท่าให้ วัตฟอร์ต ไป 3 ประตูต่อ 1 นับเป็นเกมที่น่าเสียดายมากที่สุดต่อมาก็จะเป็นเกม 3 นัดหลังที่เสมอติดต่อกันนั้นต้องยอมรับว่าพบกับ ลิเวอร์พูลอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่เกมของแมนยูนั้นทำได้เหนือกว่าก็ไม่สามารถที่จะได้ 3 คะแนนในถิ่นโอแทบฟอร์ดต่อมาเป็นเกมต่อเนื่องที่พบกับฉันได้ของช่างปั้นหม้อ สโตคซิตี้ พลาดท่าเสมอ 1ต่อ 1 ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้ด้วยฟอร์มการเล่นของแมนยู นั้นกำลังเข้าฟอร์มก่อนหน้านี้ชนะติดต่อกันถึง 6 เกณฑ์แต่มาเจอ ลิเวอร์พูลปุ๊บเกมกับเบรคแต่ไม่ได้เบรคแค่เพียงเกมเดียวยาวมาจนถึงสามเกมโดยเก่งที่ 3 มาพบกับ ฮัลล์ซิตี้ ทีมที่อยู่อันดับมาให้ตารางอยู่ในโซนตกชั้นดินรนเพื่อที่จะหนีจากโซนตกชั้นให้ได้ก็ดันมาได้คะแนนสวรรค์จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ โอลด์แทรฟฟอร์ดทำให้ 14 เกมที่เหลือนั้นมีโอกาสเพียงแค่ที่จะขอตัวไปเล่นในศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

โดยแชมป์ พรีเมียร์ลีก นั้นตัดไปได้เลยไม่มีทางที่จะได้ตามทางด้านของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซีได้ด้วยคะแนนที่ต่างกันจนถึง 14 คะแนนด้วยกัน ทำให้ โชเซ่มูรินโญ่ นั้นต้องหันมามองในเกมที่เหลือว่าจะสามารถขอแบ่งตัวไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้หรือเปล่า โดยเกมที่น่าเป็นห่วงนั้นก็ต้องเป็นเกมที่พบกับทางด้านแมนเชสเตอร์ซิตี้ เพื่อนร่วม อย่างน้อยที่สุดถ้าต้องการพื้นที่ 2 ถึง 4 ในเกมนี้พวกเขาควรที่จะต้องชนะทางด้านของ สโตคซิตี้ไปเพื่อเก็บ 3 คะแนนเกมประมาณที่น่าสนใจก็คือเกมที่พบกับทางด้านของเอฟเวอร์ตันซึ่งเป็น ทีมที่ไม่ค่อยถูกโฉลกกันสักเท่าไหร่เจอกันทีไรไม่แพ้ก็เสมอเกมต่อมาเป็นเกมศึกใหญ่ของแมนยูที่เจอกับเชลซีจากฝูงโอกาสที่จะทำให้หัวตารางและสนุกสนานต้องสามารถหยุดเชลซีให้ได้และสร้างความปราชัยให้กับอันโตนิโอคอนเต้อีก 2 เกมที่น่าเป็นห่วงก็เป็นการที่จะต้องออกไปเยือนทางด้านของอาร์เซนอลและตามด้วยทอตนัมฮอตสเปอร์ 2 เกมส์นี้ถ้าพวกเขาสามารถเก็บได้อย่างน้อย 4 แชร์นางก็ถือว่าเป็นผลงานที่ดีสำหรับหมู่ดินโญ่โดยฤดูกาลนี้ผมมองว่ายังไงก็ไม่มีทางได้แชมป์ให้ไปมองถึงพื้นที่ที่เราจะไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีกจะดีที่สุดก็ต้องมาดูกันว่าอีก 14 เกมที่เหลือพวกเขาจะทำได้ดีแค่ไหนต้องมารอลุ้น…

Read more